Skip to main content
Rising Tide of Tensions Could Lift Gold's Ship in 2026

ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นอาจพยุงราคาทองคำให้เดินหน้าต่อในปี 2026

พฤ., 01/15/2026 - 14:19

เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ปี 2026 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างร้อนแรง เดือนมกราคมปีนี้เราได้เห็นการยกระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรวดเร็ว และความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ซึ่งต่างจากบรรยากาศของความซบเซาหลังช่วงวันหยุดยาวในอดีต ไม่น่าแปลกใจเลยที่โลหะมีค่าจะกลับมาอยู่ในจุดสนใจอีกครั้ง โดยทั้งทองคำและเงินต่างปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล หลังจากการเคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 ที่ระดับราคาปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ $4,618 สำหรับทองคำ และ $91.16 สำหรับเงิน ทั้งสองสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นถึง 80% และ 150% ตามลำดับ ภายในเวลาเพียงหนึ่งปีที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าการปรับขึ้นของราคาจะยังไม่ชะลอลงในเร็ว ๆ นี้

ความไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งจากในตะวันออกกลางและยุโรปได้เพิ่มมากขึ้นด้วยการยกระดับความตึงเครียดในทวีปอเมริกาแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในศตวรรษนี้ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำการลักพาตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร นอกกระบวนการยุติธรรม พร้อมข่มขู่ว่าจะใช้มาตรการในลักษณะเดียวกันกับผู้นำคิวบาและโคลอมเบีย หากประเทศเหล่านั้นแสดงท่าทีต่อต้าน นอกจากนี้ สถานการณ์ในระดับเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐเองก็ส่งผลต่อราคาทองคำและเงินเช่นกัน ทั้งเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและตลาดแรงงานที่ยังไม่เสถียรต่างผลักดันความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ในบทความนี้ เราจะมาพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อประเมินว่าปี 2026 จะเป็นอย่างไรสำหรับตลาดทองคำและเงิน

ทรัมป์บนเส้นทางสงคราม

ความสัมพันธ์ระหว่างความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์เป็นสิ่งที่เห็นอย่างเด่นชัด แท้จริงแล้ว การเติบโตอย่างแข็งแกร่งแบบผิดปกติของทองคำและเงินเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2022 และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ความขัดแย้งในยุโรปและตะวันออกกลางปะทุขึ้น แม้ทรัมป์จะเคยให้คำมั่นในฐานะประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ แต่ดูเหมือนว่าปี 2026 จะเต็มไปด้วยความไม่มั่นคงและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม หลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร และการยึดน้ำมัน 50 ล้านบาร์เรล โดยฝ่ายเดียว ทรัมป์ยังได้รื้อฟื้นคำขู่เดิมเกี่ยวกับการบุกและควบคุมกรีนแลนด์ และกำลังพิจารณาแทรกแซงอิหร่านอย่างจริงจังท่ามกลางความไม่สงบที่กำลังเกิดขึ้น การปรับทิศทางนโยบายต่างประเทศเชิงแข็งกร้าวนี้ ซึ่งถูกเรียกว่าว่า 'Donroe Doctrine' ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาด และกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำให้เพิ่มขึ้น ความไม่พอใจของทรัมป์ยังไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น แต่ยังขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 25% กับประเทศใดก็ตามที่ทำการค้ากับอิหร่าน ซึ่งย่อมเสี่ยงต่อการจุดชนวนสงครามการค้ากับจีนอีกครั้ง และอาจเปิดช่องให้จีนใช้แรงกดดันของสหรัฐในซีกโลกตะวันตกเป็นข้ออ้างในการเข้าควบคุมไต้หวัน

สิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ยังเกิดขึ้นควบคู่กับความขัดแย้งที่ยังไม่คลี่คลายในยุโรปและอิสราเอล ซึ่งดูเหมือนว่าจะยังไม่จบลงง่าย ๆ ดังที่ ทิม วอเตอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade มองว่า "หากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันยังคงอยู่ และความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของสหรัฐไม่เปลี่ยนแปลง ทองคำอาจพยายามทะลุผ่านระดับ $4,600 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า" จริง ๆ แล้ว Commerzbank ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำสิ้นปี 2026 เป็น $4,900 และนักลงทุนสายทองคำจำนวนมากที่มองโลกในแง่ดียิ่งกว่านั้นก็คาดการณ์ราคาสูงกว่า $5,000 แม้แต่นักลงทุนคริปโตเองก็เริ่มหันมาให้ความสนใจ โดยมูลค่าตลาดของทองคำในรูปแบบโทเคนปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ จากราว 1 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนมกราคม 2025 โทเคนหลัก ได้แก่ Tether XAUT, Pax Gold และ Matrixdock Gold (XAUM-USD) และก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะสร้างอุปสงค์ตามธรรมชาติคล้ายกับบทบาทของ Bitcoin ETF ที่มีต่อคริปโตหลังเปิดตัวในเดือนมกราคม 2024

ภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ยังไม่ชัดเจน

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำและเงินในช่วงสองปีที่ผ่านมาคือเงินเฟ้อที่อยู่เหนือเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เผชิญแรงกดดันด้านราคามาเป็นเวลานาน ข้อมูล CPI เดือนธันวาคมกลับออกมาต่ำกว่าคาด ดัชนี CPI พื้นฐานของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และ 2.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในเดือนสุดท้ายของปี 2025 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 0.3% และ 2.7% ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้ผลิตได้เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนเดียวกัน ตามข้อมูลที่มีการปรับตามฤดูกาลแล้วจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ตัวเลขนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ Dow Jones คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% แม้จะยังสูงกว่าเดือนตุลาคมอยู่เล็กน้อยก็ตาม ทรัมป์ไม่พลาดที่จะใช้ข่าวดีนี้ในการย้ำข้อเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ย "อย่างมีนัยสำคัญ" ซึ่งย่อมเป็นแรงหนุนต่อโลหะมีค่าอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคยังไม่สดใสนัก เนื่องจากตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือนธันวาคม ซึ่งโดยปกติจะเป็นช่วงที่มีแรงหนุนตามฤดูกาล ดัชนีแนวโน้มการจ้างงานของ Conference Board ลดลงมาอยู่ที่ 104.27 ในเดือนธันวาคม จาก 104.64 ในเดือนพฤศจิกายนที่มีการปรับลดลง ในขณะเดียวกัน สัดส่วนผู้บริโภคที่ระบุว่า "หางานได้ยาก" เพิ่มขึ้นเป็น 20.8% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ต้นปี 2021

ด้วยเหตุนี้ เฟดจึงมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันที่ 27-28 มกราคม แม้ว่าในปัจจุบันนักลงทุนต่างคาดหวังที่จะเห็นการลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้จากแรงกดดันของทรัมป์ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังทำเนียบขาวส่งหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรมไปยังเฟดในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการรายงานค่าใช้จ่ายเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม จุดยืนที่ผ่อนคลายมากขึ้นของเฟดถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญสำหรับทองคำและเงิน และแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกกำลังจะส่งเสริมให้ราคาเพิ่มขึ้นต่อไปอีกในปี 2026 นอกจากนี้ เราต้องไม่ลืมว่าธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงเฟดเอง ยังคงเพิ่มปริมาณทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างอุปสงค์จำนวนมากอย่างสม่ำเสมอ และช่วยพยุงราคาทองคำให้อยู่ในระดับสูงต่อไป

เทรด CFD ของทองคำ เงิน และสินทรัพย์ตัวอื่น ๆ ที่ Libertex

ที่ Libertex คุณสามารถเทรด CFD ของสินทรัพย์อ้างอิงได้หลากหลาย ตั้งแต่หุ้น ETF และดัชนี ไปจนถึงคริปโต ออปชัน และสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจาก ทองคำ (XAU/USD) และ เงิน (XAG/USD) แล้ว Libertex ยังมี CFD ของสินค้าโภคภัณฑ์ตัวอื่นๆ มากมาย หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือสร้างบัญชีเทรดจริงเป็นของคุณเอง ให้ไปที่ www.libertex.org/signup วันนี้!

สัมผัสกับความน่าตื่นเต้นของการเทรด!

ลงทะเบียนเปิดบัญชีเดโมกับ Libertex และมาเรียนรู้วิธีการเทรด